บทความนี้จะมานำเสนอเกี่ยวกับเรื่อง อ่านให้จบก่อนซื้อ! ประกันการเดินทางไม่คุ้มครองอะไรบ้าง ? ลดความเสี่ยงถูกปฏิเสธเคลมกันนะคะ  ต้องยอมรับนะคะว่า ประกันการเดินทางต่างประเทศนั้น เป็นตัวช่วยสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงด้านค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน ไม่ว่าจะเป็นการเจ็บป่วย อุบัติเหตุ เที่ยวบินล่าช้า หรือกระเป๋าสัมภาระสูญหาย ที่ดีมากเลยนะคะ  แต่อย่างไรก็ตาม หลายคนเข้าใจผิดว่า “ซื้อประกันแล้วจะเคลมได้ทุกกรณี” ทั้งที่ความจริงแล้วกรมธรรม์ทุกฉบับมี ข้อยกเว้น (Exclusions) ซึ่งหากเข้าใจไม่ครบ อาจทำให้ถูกปฏิเสธการเคลมได้ค่ะ พร้อมแล้วตามมาดูรายละเอียดกันเลยค่ะ

 

อ่านให้จบก่อนซื้อ ! ประกันการเดินทางไม่คุ้มครองอะไรบ้าง ? ลดความเสี่ยงถูกปฏิเสธเคลม

 

 

 

ข้อยกเว้นที่พบบ่อยของประกันการเดินทาง

แม้แต่ละบริษัทจะมีรายละเอียดแตกต่างกัน แต่โดยทั่วไปมักมีข้อยกเว้น ดังนี้

1. โรคประจำตัวหรืออาการที่เป็นมาก่อนซื้อประกัน

หากเป็นโรคหรือมีอาการเจ็บป่วยก่อนวันที่กรมธรรม์เริ่มคุ้มครอง บริษัทประกันส่วนใหญ่จะไม่คุ้มครอง เว้นแต่ระบุไว้เป็นพิเศษในแผนประกัน

2. การเดินทางเพื่อรับการรักษาพยาบาล

หากเดินทางไปต่างประเทศโดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อรักษาโรคหรือเข้ารับการผ่าตัด มักไม่อยู่ในความคุ้มครองของประกันการเดินทางทั่วไป

3. การดื่มแอลกอฮอล์หรือใช้สารเสพติด

อุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการเมาสุรา การใช้ยาเสพติด หรือสารออกฤทธิ์ที่ผิดกฎหมาย มักเป็นข้อยกเว้นของกรมธรรม์

4. การกระทำผิดกฎหมายหรือจงใจก่อเหตุ

หากผู้เอาประกันกระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุทะเลาะวิวาท หรือจงใจสร้างความเสียหาย บริษัทประกันมีสิทธิ์ปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหม

5. กีฬาและกิจกรรมเสี่ยง

กิจกรรม เช่น ดำน้ำลึก ปีนเขา เล่นสกี กระโดดร่ม แข่งรถ หรือกีฬาผาดโผน อาจไม่อยู่ในความคุ้มครองของแผนมาตรฐาน หากต้องการความคุ้มครองควรเลือกแผนที่ครอบคลุมกิจกรรมเหล่านี้โดยเฉพาะ

6. สงคราม การก่อการร้าย หรือเหตุจลาจล

หลายกรมธรรม์อาจจำกัดหรือยกเว้นความคุ้มครองในพื้นที่ที่เกิดสงคราม ความไม่สงบ หรือเหตุการณ์รุนแรง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบริษัท

7. การตั้งครรภ์และการคลอดบุตร

ประกันการเดินทางทั่วไปมักไม่คุ้มครองการฝากครรภ์ การคลอดบุตร หรือภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์ เว้นแต่บางแผนที่ระบุความคุ้มครองไว้โดยเฉพาะ

8. การละเลยทรัพย์สิน

หากวางกระเป๋า โทรศัพท์ หรือของมีค่าไว้โดยไม่มีผู้ดูแล จนเกิดการสูญหาย บริษัทประกันอาจไม่รับผิดชอบตามเงื่อนไขของกรมธรรม์

9. การเดินทางไปยังประเทศหรือพื้นที่ที่มีคำเตือนร้ายแรง

บางบริษัทอาจไม่คุ้มครองการเดินทางไปยังประเทศหรือพื้นที่ที่หน่วยงานรัฐประกาศเตือนให้งดเดินทาง หรือมีความเสี่ยงสูง

10. การไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการเคลม

หากไม่แจ้งเหตุภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือไม่เก็บหลักฐาน เช่น ใบรับรองแพทย์ ใบแจ้งความ หรือเอกสารจากสายการบิน อาจทำให้การเคลมล่าช้าหรือถูกปฏิเสธได้

 

วิธีลดความเสี่ยงถูกปฏิเสธการเคลม

ก่อนเดินทาง ควรปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้

  • อ่านรายละเอียดความคุ้มครองและข้อยกเว้นของกรมธรรม์ทุกครั้ง
  • เลือกแผนประกันให้เหมาะกับประเทศและกิจกรรมที่วางแผนทำ
  • แจ้งข้อมูลสุขภาพตามความเป็นจริง หากมีเงื่อนไขให้เปิดเผย
  • เก็บใบเสร็จ ใบรับรองแพทย์ เอกสารจากสายการบิน และหลักฐานที่เกี่ยวข้องไว้ครบถ้วน
  • ติดต่อบริษัทประกันหรือศูนย์ช่วยเหลือฉุกเฉินทันทีเมื่อเกิดเหตุ
  • ตรวจสอบระยะเวลาการแจ้งเคลมและส่งเอกสารให้ครบตามกำหนด

 

ก่อนซื้อประกัน ควรเช็กอะไรบ้าง ?

เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองตรงกับความต้องการ ควรตรวจสอบ

  • วงเงินค่ารักษาพยาบาล
  • ความคุ้มครองอุบัติเหตุ
  • ความคุ้มครองเที่ยวบินล่าช้า ยกเลิก หรือพลาดเที่ยวบิน
  • ความคุ้มครองกระเป๋าเดินทางและทรัพย์สิน
  • ความคุ้มครองกิจกรรมพิเศษหรือกีฬาเสี่ยง
  • ข้อยกเว้นของกรมธรรม์
  • ช่องทางติดต่อฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง

 

จะเห็นได้ว่า ประกันการเดินทางเป็นเครื่องมือช่วยลดความเสี่ยงด้านค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันระหว่างเดินทาง แต่ ไม่ได้คุ้มครองทุกสถานการณ์นะคะ ดังนั้นการทำความเข้าใจข้อยกเว้นของกรมธรรม์ตั้งแต่ก่อนซื้อ จะช่วยให้เลือกแผนที่เหมาะสมกับรูปแบบการเดินทางของตนเอง และลดโอกาสถูกปฏิเสธการเคลมเมื่อเกิดเหตุจริงได้นะคะ  เพราะฉะนั้นก่อนออกเดินทางทุกครั้ง อย่าดูเฉพาะราคาเบี้ยประกันหรือวงเงินคุ้มครองเท่านั้นนะคะ แต่ควรอ่านรายละเอียดกรมธรรม์ให้ครบถ้วน เพื่อให้มั่นใจว่าความคุ้มครองที่ได้รับสอดคล้องกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในทริปของคุณนั่นเองค่ะ