บทความนี้จะมานำเสนอเกี่ยวกับเรื่อง แบงก์ชาติคุมเข้ม “บัญชีม้าเด็ก” เปิดมาตรการใหม่ จำกัดวงเงินโอน-จ่ายตามช่วงอายุ เช็กใครได้รับผลกระทบกันนะคะ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เดินหน้ายกระดับมาตรการป้องกันภัยทางการเงิน ด้วยการออกแนวทางใหม่เพื่อสกัดการนำ บัญชีของเด็กและเยาวชน ไปใช้เป็น “บัญชีม้า” ในขบวนการหลอกลวงออนไลน์ โดยเตรียมให้สถาบันการเงินกำหนด วงเงินโอนและการชำระเงินผ่านช่องทางดิจิทัลตามช่วงอายุของผู้ถือบัญชี เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกหรือถูกชักชวนให้เปิดบัญชีเพื่อกระทำผิด พร้อมแล้วตามมาดูรายละเอียดกันเลยค่ะ
แบงก์ชาติคุมเข้ม “บัญชีม้าเด็ก” เปิดมาตรการใหม่ จำกัดวงเงินโอน-จ่ายตามช่วงอายุ เช็กใครได้รับผลกระทบ
ในช่วงที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่า เด็กและเยาวชนจำนวนหนึ่งถูกชักชวนให้เปิดบัญชีธนาคารหรือมอบข้อมูลบัญชีให้มิจฉาชีพ โดยแลกกับค่าตอบแทนเพียงเล็กน้อย ก่อนที่บัญชีเหล่านี้จะถูกนำไปใช้รับ–โอนเงินจากการหลอกลวงออนไลน์ ส่งผลให้เจ้าของบัญชีอาจมีความผิดตามกฎหมาย แม้จะอ้างว่าไม่ทราบการกระทำของผู้ว่าจ้างก็ตาม
ธปท. พบแนวโน้มบัญชีม้าเยาวชนเพิ่มขึ้น โดยในเดือนมีนาคม 2569 มีจำนวนถึง 5,741 บัญชีสร้างความเสียหายรวมกว่า 185 ล้านบาท
มิจฉาชีพใช้กลอุบายเข้าถึงตัวเด็กในโรงเรียนผ่านกิจกรรมแจกรางวัล เพื่อหลอกเอาข้อมูลส่วนตัวและสแกนใบหน้าไปเปิดซิมและบัญชีม้า
มาตรการใหม่ มีอะไรบ้าง ?
สาระสำคัญของมาตรการ ได้แก่
- กำหนด วงเงินโอนและชำระเงินผ่าน Mobile Banking หรือช่องทางดิจิทัลตามช่วงอายุ
- เพิ่มการดูแลบัญชีของเด็กและเยาวชนที่มีความเสี่ยงสูง
- ให้ธนาคารสามารถกำหนดมาตรการด้านความปลอดภัยเพิ่มเติมตามระดับความเสี่ยง
- สนับสนุนการตรวจจับธุรกรรมผิดปกติ เพื่อป้องกันการนำบัญชีไปใช้ในทางทุจริต
ธปท. กำหนดจำกัดวงเงินโอนต่อวันตามช่วงอายุ
อายุ 10-11 ปี (3,000 บาท)
อายุ 12-14 ปี (5,000 บาท)
อายุ 15-18 ปี (10,000 บาท)
มาตรการจำกัดวงเงินจะมีผลบังคับใช้สำหรับบัญชีเงินฝากและ e-Money ตั้งแต่เดือนกันยายนถึงตุลาคม 2569 โดยมีข้อยกเว้นสำหรับธุรกรรมความเสี่ยงต่ำ
การเป็นเจ้าของบัญชีม้ามีความผิดตาม พ.ร.ก. ไซเบอร์ มีโทษจำคุกสูงสุด 3 ปี หรือปรับสูงสุด300,000 บาท ซึ่งส่งผลกระทบต่ออนาคตของเยาวชนในระยะยาว
หลายปีมานี้ “เงินเทา–มิจฉาชีพ” กลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ทุกฝ่ายให้ความสนใจ เพราะมีคนเจ็บตัวเสียเงินไปมหาศาล ในระดับประเทศเรื่องนี้ยังส่งผลกระทบอีกหลายด้าน แม้ที่ผ่านมาธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งหาทางปิดกั้นบัญชีม้าที่เป็นส่วนสำคัญของเงินเทา แต่เหล่ามิจฉาชีพหรือมิจจี้ ก็ยังหาทางใหม่ๆ ล่าสุด ยังใช้ “เด็ก” เป็นเครื่องมือแล้ว
ใครบ้างที่ได้รับผลกระทบ ?
มาตรการนี้เน้นไปที่
- เด็กและเยาวชนที่เปิดบัญชีธนาคาร
- ผู้ปกครองที่เปิดบัญชีหรือดูแลบัญชีให้บุตรหลาน
- ผู้ใช้บริการ Mobile Banking ของบัญชีเยาวชน
- ธนาคารและผู้ให้บริการทางการเงินที่ต้องปรับระบบให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ใหม่
สำหรับผู้ใช้บัญชีทั่วไปที่ไม่อยู่ในกลุ่มเป้าหมาย ยังคงสามารถใช้งานได้ตามเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร เว้นแต่จะมีมาตรการเพิ่มเติมในอนาคต
ผู้ปกครองควรทำอย่างไร ?
เพื่อป้องกันบุตรหลานตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ผู้ปกครองควร
- อธิบายให้เด็กเข้าใจว่า ห้ามขาย ให้เช่า หรือให้ผู้อื่นใช้บัญชีธนาคาร
- ไม่เปิดเผยรหัสผ่าน รหัส OTP หรือข้อมูลส่วนตัวแก่บุคคลอื่น
- ตรวจสอบรายการเดินบัญชีเป็นประจำ
- หากพบธุรกรรมผิดปกติ ให้รีบแจ้งธนาคารทันที
- สอนให้รู้เท่าทันกลโกงออนไลน์ที่มักอ้างว่า “แค่รับเงินผ่านบัญชี” หรือ “โอนต่อให้ ได้ค่าตอบแทน“
เป้าหมายของมาตรการ
ธปท. ระบุว่า มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับการป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน โดยมุ่งลดจำนวนบัญชีม้า คุ้มครองเด็กและเยาวชนจากการถูกแสวงหาประโยชน์ และสร้างความปลอดภัยในการทำธุรกรรมดิจิทัลให้กับประชาชนมากขึ้น
มาตรการจำกัดวงเงินโอนและชำระเงินผ่านช่องทางดิจิทัลตามช่วงอายุ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของธนาคารแห่งประเทศไทยในการสกัดปัญหา บัญชีม้าเด็ก ที่กำลังสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่อง แม้อาจทำให้ผู้ใช้บัญชีเยาวชนต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่เข้มงวดขึ้น แต่ก็มีเป้าหมายเพื่อ ปกป้องเด็กและเยาวชนจากการตกเป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพ รวมทั้งช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้ระบบการเงินของประเทศในระยะยาวนั่นเองค่ะ