แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง คือแหล่งฝังศพโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายถึงแรกเริ่มประวัติศาสตร์ ตั้งอยู่ในเขตอำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ที่กรมศิลปากรเริ่มขุดค้นตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 และกลายเป็นข่าวใหญ่เมื่อพบทั้งโครงกระดูกมนุษย์ เครื่องทองคำ กลองมโหระทึกสำริด และแหวนสลักอักษรพราหมีที่คาดว่ามีอายุราว 2,000 ปี บทความนี้สรุปให้ครบว่าดอนยายทองอยู่ที่ไหน พบอะไรบ้าง สำคัญอย่างไร และประชาชนเข้าชมได้หรือยัง โดยอ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 21-23 กรกฎาคม 2569 ซึ่งการศึกษายังดำเนินอยู่
แหล่งโบราณคดีดอนยายทองอยู่ที่ไหน
ดอนยายทองตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลสมอพลือ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี โดยสื่อหลายสำนักระบุตรงกันว่าอยู่ในเขตอำเภอบ้านลาด ส่วนรายละเอียดระดับหมู่บ้านและตำบลยังมีความต่างเล็กน้อยระหว่างแหล่งข่าว บางแหล่งระบุเป็นหมู่ 6 บ้านดอนตะโพงหรือบ้านดอนปลาบ การขุดค้นดำเนินการโดยสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี ในสังกัดกรมศิลปากร
การเข้าถึงพื้นที่ขุดค้น
พื้นที่ดอนยายทองเป็นที่ดินของเอกชนซึ่งอยู่ในเขตอำเภอบ้านลาด ไม่ไกลจากตัวเมืองเพชรบุรี ปัจจุบันยังเป็นพื้นที่ทำงานของนักโบราณคดี ไม่ใช่จุดท่องเที่ยวเปิดทั่วไป ผู้ที่สนใจจึงยังไม่สามารถเดินเข้าไปชมหลุมขุดค้นได้อย่างอิสระ ณ ช่วงเวลาของข่าว
ทำไมคนโบราณเลือกตั้งถิ่นฐานบริเวณนี้
ที่ราบลุ่มแม่น้ำเพชรบุรีเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การตั้งชุมชนเกษตรกรรมมาตั้งแต่โบราณ อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากชายฝั่งอ่าวไทย ซึ่งเอื้อต่อการเป็นจุดแลกเปลี่ยนสินค้าและวัฒนธรรมกับดินแดนภายนอก การพบสุสานที่มีของมีค่าจำนวนมากจึงสอดคล้องกับภาพชุมชนที่มีเครือข่ายการค้ากว้างขวางในยุคนั้น
ค้นพบอะไรบ้างที่ดอนยายทอง
ที่ดอนยายทองพบทั้งโครงกระดูกมนุษย์และโบราณวัตถุมีค่าจำนวนมาก โดยสิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือ เครื่องทองคำและกลองมโหระทึกสำริด รวมถึงแหวนที่มีจารึกอักษรโบราณ กลุ่มของที่พบเท่าที่สื่อยืนยันสรุปได้ดังนี้
- โครงกระดูกมนุษย์ รวม 9 โครง หนึ่งในนั้นเป็นโครงกระดูกเด็กที่คาดว่าอายุต่ำกว่า 12 ปี โดย ณ ข่าววันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เคลื่อนย้ายโครงกระดูกชุดแรกเสร็จแล้ว 4 โครง
- กลองมโหระทึกสำริดในสายวัฒนธรรมดองซอน จำนวน 6 ใบ โดย 2 ใบสมบูรณ์เกือบ 100%
- แหวนทองคำ 2 วง หนึ่งในนั้นเป็นแหวนตราประทับสลักจารึกอักษรพราหมี
- เครื่องประดับทองคำที่พบเพิ่มขณะเคลื่อนย้ายโครงกระดูกชุดแรก ได้แก่ ต่างหูชนิดเกลียว ต่างหูทรงกระบอก และลูกปัดทองคำ
- กำไลทองคำ ลูกปัดแก้ว ลูกปัดหิน ภาชนะดินเผา ภาชนะสำริด แผ่นโลหะสำริดปิดบริเวณใบหน้าโครงกระดูก และฟันสัตว์จำพวกวัวหรือควาย
เครื่องทองและเครื่องประดับ
ในบรรดาโบราณวัตถุทั้งหมด กลุ่มเครื่องทองคือสิ่งที่สร้างความตื่นตัวมากที่สุด ทั้งแหวน ต่างหูเกลียว ต่างหูทรงกระบอก ลูกปัดทองคำ และกำไลทองคำ น่าสนใจว่าเครื่องประดับทองคำหลายชิ้นถูกพบในโครงกระดูกที่ 4 ซึ่งเป็นโครงเดียวกับที่พบแหวนตราประทับจารึกพราหมี สะท้อนว่าผู้ถูกฝังรายนี้น่าจะมีสถานะพิเศษในชุมชน
จารึก ภาชนะ และหลักฐานทางพิธีกรรม
นอกจากเครื่องทอง การพบแผ่นสำริดปิดบริเวณใบหน้าโครงกระดูก ภาชนะสำริดและดินเผาที่ฝังร่วมกับศพ รวมถึงฟันสัตว์ ล้วนเป็นหลักฐานของพิธีกรรมหลังความตายที่มีแบบแผน ตารางด้านล่างสรุปโบราณวัตถุกลุ่มหลักที่พบ
| ประเภทวัตถุ | ลักษณะเด่น | วัสดุ | ความสำคัญเบื้องต้น |
|---|---|---|---|
| แหวนทองคำ | 2 วง หนึ่งวงเป็นตราประทับสลักจารึก | ทองคำ | หลักฐานอักษรพราหมีและการค้ากับอินเดีย |
| ต่างหูและลูกปัดทองคำ | ต่างหูเกลียว ต่างหูทรงกระบอก ลูกปัด | ทองคำ | บ่งชี้สถานะสูงของผู้ถูกฝัง |
| กลองมโหระทึก | 6 ใบ สมบูรณ์เกือบ 100% จำนวน 2 ใบ | สำริด | เชื่อมโยงวัฒนธรรมดองซอน |
| แผ่นปิดใบหน้า | วางบริเวณใบหน้าโครงกระดูก | สำริด | หลักฐานพิธีกรรมหลังความตาย |
| ภาชนะและลูกปัด | ภาชนะดินเผา/สำริด ลูกปัดแก้วและหิน | ดินเผา สำริด แก้ว หิน | ของอุทิศฝังร่วมกับศพ |
เครื่องทองดอนยายทองสำคัญยังไง
การพบเครื่องทองและกลองมโหระทึกจำนวนมากที่ดอนยายทองเป็นข่าวใหญ่ เพราะสะท้อนทั้งฝีมือช่าง ความมั่งคั่งของชุมชน และเครือข่ายการค้าแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างดินแดนสุวรรณภูมิกับอินเดียโบราณ วัตถุเหล่านี้ไม่ใช่แค่ของสวยงาม แต่เป็นหลักฐานว่าชุมชนแห่งนี้เชื่อมโยงกับโลกภายนอกอย่างลึกซึ้ง
ฝีมือช่างที่สะท้อนจากชิ้นงาน
ต่างหูเกลียว ต่างหูทรงกระบอก และลูกปัดทองคำที่ทำอย่างประณีต บ่งบอกว่ามีช่างทองที่เชี่ยวชาญเทคนิคการขึ้นรูปโลหะมีค่าอยู่ในหรือใกล้ชุมชน ขณะที่กลองมโหระทึกสำริดที่สมบูรณ์เกือบทั้งใบก็เป็นงานหล่อโลหะขั้นสูงซึ่งพบในวัฒนธรรมดองซอนแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เชื่อมโยงกับเครือข่ายการค้าโบราณ
เครื่องประดับบางชิ้นและอักษรบนแหวนชี้ว่าดอนยายทองรับอิทธิพลจากอินเดีย ขณะที่กลองมโหระทึกโยงไปทางวัฒนธรรมดองซอน การอยู่ร่วมกันของหลักฐานสองสายในสุสานเดียวจึงตอกย้ำภาพชุมชนที่เป็นชุมทางแลกเปลี่ยนสินค้าและความเชื่อในยุคแรกเริ่มประวัติศาสตร์ สำหรับผู้สนใจการค้นพบทำนองนี้ สามารถอ่านต่อได้ที่ 10 สุดยอดการค้นพบทางโบราณคดี
อักษรพราหมีคืออะไร เกี่ยวอะไรกับดอนยายทอง
อักษรพราหมี (Brahmi) คืออักษรโบราณจากอินเดียที่เป็นต้นแบบของอักษรหลายชนิดในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การพบจารึกอักษรพราหมีบนแหวนทองคำที่ดอนยายทองจึงเป็นหลักฐานสำคัญว่าพื้นที่แถบนี้รับอิทธิพลอักษรและวัฒนธรรมอินเดียเข้ามาตั้งแต่ระยะแรกเริ่มประวัติศาสตร์
อักษรพราหมีบอกอายุและที่มาได้อย่างไร
เนื่องจากรูปแบบตัวอักษรพราหมีมีวิวัฒนาการตามยุคสมัย นักโบราณคดีจึงใช้ลักษณะของตัวอักษรมาช่วยประเมินอายุเบื้องต้นของวัตถุได้ ในกรณีแหวนดอนยายทอง รูปอักษรถูกใช้ประกอบการคาดว่ามีอายุราว 1,900-2,100 ปี หรือเทียบได้กับช่วงพุทธศตวรรษที่ 5-7 แม้ตัวเลขนี้ยัง อยู่ระหว่างการศึกษา และยังไม่มีผลตรวจทางวิทยาศาสตร์ยืนยันเผยแพร่
จารึกที่ดอนยายทองเขียนว่าอะไร
จารึกบนแหวนอ่านได้ว่า ปุสรขิตส ตีความว่า “ของปุสรขิตะ” ซึ่งเป็นชื่อบุคคล มีความหมายทำนองว่าผู้ที่ถูกรักษาหรือคุ้มครองโดยฤกษ์ดาวปุษยะ อันเป็นรากศัพท์จากอินเดียโบราณ ทั้งนี้ชื่อผู้เชี่ยวชาญที่อ่านและแปลจารึกไม่ได้ระบุในข่าวที่เข้าถึงได้
แหล่งโบราณคดีดอนยายทองอายุเท่าไหร่ ยุคไหน
ในภาพรวม ดอนยายทองถูกคาดว่ามีอายุราว 1,500-2,000 ปี จัดอยู่ในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายถึงแรกเริ่มประวัติศาสตร์ ส่วนแหวนจารึกอักษรพราหมีคาดว่ามีอายุ ราว 2,000 ปี (ประมาณ 1,900-2,100 ปี) ตัวเลขทั้งหมดเป็นการสันนิษฐานเบื้องต้นของนักโบราณคดีที่ยัง อยู่ระหว่างการศึกษา ยังไม่มีผลตรวจอายุทางวิทยาศาสตร์ เช่น คาร์บอน-14 ยืนยันเผยแพร่ต่อสาธารณะ ข้อมูล ณ วันที่ 21-23 กรกฎาคม 2569
หลักฐานที่ใช้กำหนดอายุ
การประเมินอายุเบื้องต้นอาศัยรูปแบบตัวอักษรพราหมี ลักษณะของโบราณวัตถุอย่างกลองมโหระทึกและเครื่องประดับ รวมถึงบริบทการฝังศพ ซึ่งเทียบเคียงกับแหล่งอื่นในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่ชัดเจนต้องรอผลการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ที่ยังไม่ประกาศ ไทม์ไลน์ความคืบหน้าสรุปได้ดังนี้
| ช่วงเวลา | เหตุการณ์ | สิ่งที่พบหรือเปลี่ยนแปลง |
|---|---|---|
| 9 ก.พ. 2569 | กรมศิลปากรเริ่มขุดค้น | เปิดหน้าดินสำรวจแหล่งฝังศพ |
| 27 มิ.ย. 2569 | อธิบดีกรมศิลปากรลงพื้นที่ | มอบค่าตอบแทนและเยียวยาแก่เจ้าของที่ดิน |
| ก.ค. 2569 | พบแหวนทองคำ 2 วง | หนึ่งวงสลักจารึกอักษรพราหมี “ปุสรขิตส” |
| 17 ก.ค. 2569 | เคลื่อนย้ายโครงกระดูกชุดแรก | ย้ายเสร็จ 4 โครง พบต่างหูและลูกปัดทองคำเพิ่ม |
ไปเที่ยวหรือเข้าชมดอนยายทองได้ไหม
ณ ช่วงเวลาของข่าว ประชาชนทั่วไปยังเข้าชมพื้นที่ขุดค้นไม่ได้ เพราะการขุดค้นและศึกษายังดำเนินอยู่ กรมศิลปากรร่วมกับจังหวัดเพชรบุรีมีแผนพัฒนาแหล่งให้เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในอนาคต โดยโบราณวัตถุที่พบอาจนำไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี หรือพื้นที่จัดแสดงแห่งใหม่
สิ่งที่ควรรู้ก่อนวางแผนไป
เนื่องจากยังไม่มีการเปิดพื้นที่ให้เข้าชมอย่างเป็นทางการ ผู้สนใจควรติดตามประกาศจากกรมศิลปากรและจังหวัดเพชรบุรีก่อนเดินทาง เมื่อโบราณวัตถุถูกนำไปจัดแสดง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี จะเป็นจุดที่น่าจับตาสำหรับผู้ที่อยากเห็นเครื่องทองและกลองมโหระทึกด้วยตาตนเอง
เที่ยวต่อในเพชรบุรีและแหล่งมรดกอื่น
ระหว่างรอดอนยายทองเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ นักท่องเที่ยวสายประวัติศาสตร์สามารถแวะเขาวังหรือพระนครคีรีในตัวเมืองเพชรบุรีได้ และหากสนใจมรดกวัฒนธรรมระดับประเทศ ลองอ่านเรื่อง ภูพระบาท มรดกโลกทางวัฒนธรรม หรือวางแผนทริปกับ 5 สถานที่ท่องเที่ยวไทยติดอันดับโลก เพิ่มเติมได้
คำถามที่พบบ่อย
แหล่งโบราณคดีดอนยายทองอยู่จังหวัดอะไร
ดอนยายทองอยู่ในเขตอำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี บริเวณตำบลสมอพลือ สื่อหลายสำนักระบุตรงกันในระดับอำเภอบ้านลาด ส่วนรายละเอียดหมู่บ้านและตำบลยังมีความต่างเล็กน้อยระหว่างแหล่งข่าว
ดอนยายทองพบเครื่องทองจริงไหม พบกี่ชิ้น
พบจริง โดยมีทั้งแหวนทองคำ 2 วง ต่างหูเกลียว ต่างหูทรงกระบอก ลูกปัดทองคำ และกำไลทองคำ จำนวนโบราณวัตถุทองคำรวมทั้งหมดยังไม่สรุปแน่ชัด เพราะทยอยพบเพิ่มระหว่างการขุดค้นและเคลื่อนย้ายโครงกระดูก
อักษรพราหมีที่พบบอกอะไรได้บ้าง
อักษรพราหมีบนแหวนอ่านได้ว่า “ปุสรขิตส” ตีความว่าเป็นชื่อบุคคล และบ่งชี้ว่าพื้นที่แถบนี้รับอิทธิพลอักษรและวัฒนธรรมจากอินเดียโบราณตั้งแต่ระยะแรกเริ่มประวัติศาสตร์ อีกทั้งช่วยให้นักโบราณคดีประเมินอายุเบื้องต้นได้
แหล่งดอนยายทองอายุกี่ปี อยู่ในยุคใด
แหล่งโดยรวมคาดว่ามีอายุราว 1,500-2,000 ปี ในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย ส่วนแหวนจารึกพราหมีคาดว่าราว 2,000 ปี ตัวเลขทั้งหมดยังอยู่ระหว่างการศึกษา ยังไม่มีผลตรวจทางวิทยาศาสตร์ยืนยัน ข้อมูล ณ วันที่ 21-23 กรกฎาคม 2569
ตอนนี้ประชาชนเข้าชมแหล่งขุดค้นได้หรือยัง
ยังเข้าชมไม่ได้ เพราะการขุดค้นและศึกษายังดำเนินอยู่ กรมศิลปากรและจังหวัดเพชรบุรีมีแผนพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในอนาคต ควรติดตามประกาศทางการก่อนเดินทาง
โบราณวัตถุที่พบเก็บรักษาอยู่ที่ไหน
ตามแผนของกรมศิลปากร โบราณวัตถุที่พบอาจนำไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี จังหวัดเพชรบุรี หรือพื้นที่จัดแสดงแห่งใหม่ที่จะพัฒนาขึ้นในอนาคต
