บทความนี้จะมานำเสนอเกี่ยวกับเรื่อง Claude Fable 5 และ Mythos 5 เปิดให้ใช้งานทั่วโลกอีกครั้ง หลังเคลียร์ปมความมั่นคงไซเบอร์ กันนะคะ Claude Fable 5 และ Mythos 5 เปิดให้ใช้งานทั่วโลกอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้เปิดแล้วโดนปิดสายฟ้าแลบเพราะเหตุผลความมั่นคงไซเบอร์ จนกลายเป็นประเด็นร้อนในวงการ AI เมื่อช่วงกลางเดือนมิถุนายน 2026 ที่ผ่านมานะคะ พร้อมแล้วตามมาดูรายละเอียดกันเลยค่ะ

 

Claude Fable 5 และ Mythos 5 เปิดให้ใช้งานทั่วโลกอีกครั้ง หลังเคลียร์ปมความมั่นคงไซเบอร์

 

 

 

ก่อนหน้านี้หลังจาก Anthropic ได้เปิดตัวโมเดลรุ่นท็อปใหม่อย่าง Claude Fable 5 และ Claude Mythos 5 ได้เพียง 3 วัน รัฐบาลสหรัฐฯ ก็ได้สั่งระงับการส่งออกโมเดลทั้งสองทันที เนื่องจากความกังวลว่ามันมีความสามารถด้านไซเบอร์ที่สูงเกินไป จนอาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด ส่งผลให้ Anthropic ต้องประกาศปิดระบบไม่ให้ผู้ใช้ทั่วโลกเข้าถึงโมเดลทั้งสองนี้ชั่วคราวเพื่อตรวจสอบ

 

ล่าสุด Anthropic ได้ออกแถลงการณ์ว่า มาตรการควบคุมการส่งออกดังกล่าวได้รับการยกเลิกแล้ว และพร้อมกลับมาเปิดให้ใช้งาน Claude Fable 5 ทั่วโลกอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 เป็นต้นไปนะคะ

 

จุดเริ่มต้นของปัญหา เมื่อนักวิจัยเจอช่องโหว่แหกกฎ AI (Jailbreak)

 

เหตุการณ์สั่งแบนสายฟ้าแลบนี้ เกิดขึ้นหลังจากทีมวิจัยของ Amazon พบวิธีแหกกฎ หรือที่ในวงการเรียกว่า Jailbreak (เจลเบรก) โดยสามารถหลอกล่อให้ Claude Fable 5 ยอมบอกช่องโหว่ของซอฟต์แวร์ และเขียนโค้ดสาธิตการเจาะระบบ (Exploit) ออกมาได้ ทั้งๆ ที่ตัวโมเดลมีระบบความปลอดภัยห้ามทำเรื่องเหล่านี้อยู่

เมื่อรัฐบาลสหรัฐฯ ทราบเรื่อง จึงสั่งควบคุมการเข้าถึงทันทีเพราะกลัวว่าแฮกเกอร์จะนำมันไปใช้เป็นอาวุธไซเบอร์

 

Anthropic แก้เกมด้วยเกราะป้องกันที่หนาขึ้น

ตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา Anthropic ได้ร่วมมือกับรัฐบาลสหรัฐฯ และ Amazon เพื่อตรวจสอบเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และได้ข้อสรุปที่น่าสนใจ 2 ประเด็นคือ

1. ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ จริงๆ แล้วโมเดลอื่นๆ ในตลาด (เช่น GPT-5.5 หรือ Kimi K2.7) รวมถึงโมเดลรุ่นเก่ากว่าของ Anthropic เอง ก็สามารถเขียนโค้ดสาธิตการเจาะระบบแบบเดียวกันนี้ได้อยู่แล้ว

2. ปรับปรุงระบบคัดกรองใหม่ Anthropic ได้พัฒนา AI คัดกรองความปลอดภัย (Safety Classifier) ตัวใหม่ที่ฉลาดกว่าเดิม ซึ่งสามารถบล็อกการพยายามแหกกฎในรูปแบบที่ตรวจเจอได้แม่นยำถึง 99% แมชชีนเลิร์นนิงและปัญญาประดิษฐ์

 

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มเกราะป้องกันที่เข้มงวดขึ้นนี้ อาจทำให้ผู้ใช้งานทั่วไปที่กำลังเขียนโค้ดหรือดีบั๊ก (Debugging) งานปกติ โดน AI บล็อกคำถามบ่อยขึ้น ซึ่ง Anthropic สัญญาว่าจะค่อยๆ ปรับแต่งระบบลดการบล็อกมั่ว (False Positives) ในอนาคต

 

ดึงยักษ์ใหญ่ไอทีร่วมสร้างมาตรฐานการแหกกฎ (Jailbreak Framework)

จากบทเรียนในครั้งนี้ Anthropic มองว่าปัจจุบันวงการ AI ยังไม่มีเกณฑ์มาตรฐานที่ชัดเจนว่าการแหกกฎ AI แบบไหนรุนแรงระดับใด ส่งผลให้เกิดความตื่นตระหนกและรัฐบาลไม่รู้ว่าควรเข้ามาแทรกแซงตอนไหน

 

Anthropic จึงได้จับมือกับพันธมิตรรายใหญ่อย่าง Amazon, Microsoft และ Google เพื่อร่วมกันร่างโครงสร้างเกณฑ์คะแนน (Framework) สำหรับประเมินความรุนแรงของการ Jailbreak โดยจะดูจาก 4 ปัจจัยหลัก ดังนี้

 

– Capability gain: การแหกกฎนั้นทำให้ AI เก่งเกินหน้าเกินตาเครื่องมือที่มีอยู่ทั่วไปในปัจจุบันแค่ไหน

– Breadth of capability gain: วิธีแหกกฎนี้สามารถนำไปใช้สั่งให้ AI ทำเรื่องอันตรายได้หลากหลายรูปแบบ หรือทำได้แค่เรื่องแคบๆ เรื่องเดียว

– Ease of weaponization: นำไปใช้งานจริงยากไหม ต้องใช้ความพยายามในการหลอกล่อสูงหรือเปล่า

– Discoverability: วิธีแหกกฎนี้ถูกค้นพบได้ง่ายและแพร่กระจายไปทั่วอินเทอร์เน็ตแล้วหรือยัง

นอกจากนี้ Anthropic ยังประกาศเปิดตัวโครงการ HackerOne ชวนเหล่านักล่าค่าหัว (Bug Bounty) และนักวิจัยความปลอดภัยมาช่วยกันหาช่องโหว่เจลเบรกใน Fable 5 เพื่อที่บริษัทจะได้อุดรูรั่วได้ทันก่อนจะตกไปอยู่ในมือของกลุ่มผู้ไม่หวังดี

 

ใครใช้งานได้บ้าง และใช้ได้ตอนไหน ?

– ผู้ใช้ทั่วไปและสายพัฒนา: สามารถเริ่มใช้งาน Claude Fable 5 ได้แล้วตั้งแต่วันพุธที่ 1 กรกฎาคม 2026 ผ่านทางหน้าเว็บ Claude.ai, Claude Platform, Claude Code และ Claude Cowork

– ผู้ใช้บริการแบบเสียเงิน (Pro, Max, Team และ Premium Enterprise): ในช่วงสัปดาห์แรก (ถึงวันที่ 7 กรกฎาคม) ทาง Anthropic จะแถมสิทธิ์ให้ใช้งาน Fable 5 ฟรี คิดเป็น 50% ของโควตาการใช้งานรายสัปดาห์ หลังจากนั้นจะเปลี่ยนระบบไปใช้หักจากเครดิตแทน (Usage Credits)

– ผู้ใช้ผ่าน Cloud (AWS, Google Cloud, Microsoft Foundry): กำลังอยู่ในช่วงเร่งเปิดระบบให้กลับมาใช้งานได้เร็วที่สุด

– สำหรับโมเดลสายดาร์กอย่าง Mythos 5 (เวอร์ชันที่ลดระบบความปลอดภัยลงเพื่อใช้สำหรับงานป้องกันไซเบอร์เชิงรับ) ตอนนี้ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลให้เปิดใช้งานเฉพาะองค์กรในสหรัฐฯ บางแห่งที่เป็นพันธมิตรในโครงการ Glasswing เท่านั้น ยังไม่มีการเปิดให้คนทั่วไปใช้

 

 

 

 

 

ที่มา :   Anthropic News