บทความนี้จะมานำเสนอเกี่ยวกับเรื่อง Gemini เพิ่มฟีเจอร์ Extended Thinking Level พร้อมเชื่อมต่อ 3 แอปดังกันนะคะ โดย Gemini ได้เพิ่มฟีเจอร์ Extended Thinking Level เลือกความลึกซึ้งในการคิด ผู้ใช้สามารถปรับแต่งความละเอียดรอบคอบของ AI ได้ตามต้องการ รวมถึงการเตรียมขยายขีดความสามารถด้วยการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันภายนอก เช่น Canva, Instacart และ OpenTable อีกด้วยนะคะ พร้อมแล้วตามมาดูรายละเอียดกันเลยค่ะ

 

Gemini เพิ่มฟีเจอร์ Extended Thinking Level พร้อมเชื่อมต่อ 3 แอปดัง

 

 

1. ฟีเจอร์ “Thinking Level” ปรับระดับการคิดของ AI ได้ตามใจสั่ง

สำหรับผู้ใช้บางส่วนที่ได้รับการอัปเดตแล้ว ในหน้าต่างเลือกโมเดล (Model Picker) จะสังเกตเห็นเมนูใหม่ด้านล่างสุดที่ชื่อว่า Thinking level ปรากฏขึ้นมา ซึ่งฟีเจอร์นี้จะเปิดให้ใช้งาน เมื่อเราเลือกใช้โมเดล Fast (Gemini 3 Flash) หรือ Gemini 3.1 Pro โดยจะมีตัวเลือกให้ปรับได้ 2 ระดับ ดังนี้

– Standard (มาตรฐาน) : สำหรับการประมวลผลที่เน้นความรวดเร็วและตอบคำถามทั่วไป

– Extended (ขยายความ) : สำหรับงานที่ต้องการให้ AI วิเคราะห์อย่างลึกซึ้ง คิดทบทวนอย่างถี่ถ้วน เหมาะกับโจทย์ที่ซับซ้อน

การเพิ่มฟีเจอร์นี้ถือว่า คล้ายกับระบบของ Google AI Studio ที่เคยมีระดับการคิดให้เลือกทั้ง Low, Medium และ High ซึ่งตอนนี้ Google ได้นำแนวคิดนี้มาปรับใช้ให้เข้าถึงง่ายขึ้นบนแอปเวอร์ชันมือถือแล้ว

 

 

2. ยกระดับการทำงานด้วยการเชื่อมต่อ 3 แอปพลิเคชันภายนอกใหม่ล่าสุด

จากเดิมที่มีการเชื่อมต่อกับ @GitHub, @OpenStax, @Spotify และ @WhatsApp อยู่แล้ว ล่าสุดในเอกสารสนับสนุน (Support Documents) ระบุว่ากำลังจะรองรับแอปพลิเคชันยอดฮิตอีก 3 ตัว ดังนี้

1. @Canva (สายกราฟิกและงานดีไซน์)

ช่วยให้คุณจัดการงานออกแบบได้แบบไร้รอยต่อ ตั้งแต่การระดมไอเดียไปจนถึงการจัดการโปรเจกต์ใน Canva โดยคุณสามารถสั่ง Gemini ให้

– สร้างงานออกแบบใหม่จากคำสั่ง (Prompt) เช่น ให้ช่วยออกแบบการ์ดแต่งงานสไตล์วินเทจ
– เข้าถึงไฟล์งาน เทมเพลต และโฟลเดอร์ต่าง ๆ บน Canva
– ย้ายไฟล์งานข้ามโฟลเดอร์ หรือเขียนตอบกลับคอมเมนต์ของทีมงาน เช่น สั่งให้ตอบคอมเมนต์ว่า “แก้ไขขนาดฟอนต์ให้เรียบร้อยแล้ว”
– เจนภาพ (Generate Image) ใน Gemini แล้วส่งไปปรับแต่งต่อใน Canva ได้ทันที

 

2. @Instacart (สายแม่บ้านและการช้อปปิ้ง)

เพิ่มความสะดวกในการเช็กสินค้าและซื้อของเข้าบ้าน คุณสามารถสั่งให้ Gemini ตรวจสอบของในร้านค้าใกล้บ้านและเพิ่มสินค้าลงตะกร้า Instacart ได้โดยตรง โดยระบบจะอ้างอิงจากที่อยู่ปัจจุบันของคุณ เช่น

– ส่งลิงก์สูตรอาหารให้ Gemini แล้วสั่งว่า “ฉันอยากทำเมนูนี้ ช่วยเพิ่มวัตถุดิบทั้งหมดลงตะกร้า Instacart ให้หน่อย”
– สั่งเพิ่มของทั่วไป เช่น กล้วย, นมแอลมอนด์ หรือเวย์โปรตีน
– ถามหาของเฉพาะกลุ่ม เช่น “มีร้านไหนแถวนี้ขายชีสเจ (Vegan Cheese) บ้าง?”

 

3. @OpenTable (สายกินและไลฟ์สไตล์)

ช่วยค้นหา จอง และจัดการที่นั่งในร้านอาหารได้อย่างง่ายดาย โดย Gemini จะทำงานร่วมกับระบบ Reserve with Google ในการเช็กโต๊ะว่างและทำการจองให้เสร็จสรรพ

– เช็กและจอง: สามารถสั่งว่า “ช่วยเช็กหน่อยว่าร้าน [ชื่อร้าน] มีโต๊ะว่างสำหรับ 2 ที่ช่วงทุ่มครึ่งไหม ถ้ามีจองให้เลย” หรือให้ช่วยหาร้านอาหารสำหรับจัดงานฉลอง 8 คนในวันศุกร์หน้า
– บันทึกลงปฏิทิน: หลังจากจองเสร็จ สามารถสั่งให้ Gemini บันทึกกิจกรรมลง Google Calendar พร้อมตั้งแจ้งเตือนได้ทันที
– จัดการการจอง: ตรวจสอบประวัติการจอง หรือสั่งยกเลิกการจอง เช่น “ฉันไปกินข้าวเย็นคืนนี้ไม่ได้แล้ว ช่วยยกเลิกการจองให้หน่อย”

การอัปเดตฟีเจอร์ Thinking Level และการจับมือร่วมกับแอปพลิเคชันชั้นนำอย่าง Canva, Instacart และ OpenTable ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า Google กำลังผลักดันให้ Gemini หลุดพ้นจากการเป็นแค่แชตบอตที่คอยตอบคำถาม ไปสู่การเป็น “ผู้ช่วยส่วนตัวระบบนิเวศเปิด” (Open Ecosystem Assistant) ที่สามารถทำงานร่วมกับแอปที่เราใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างทรงพลังนะคะ

 

ซึ่งฟีเจอร์เหล่านี้ กำลังอยู่ในช่วงทยอยเปิดใช้งานให้กับผู้ใช้บางส่วน และคาดว่าเราจะได้เห็นการประกาศอย่างเป็นทางการพร้อมรายละเอียดเต็ม ๆ ในงาน Google I/O 2026 ที่กำลังจะมาถึงนี้นะคะ

 

 

 

 

 

ที่มา : 9to5google