บทความนี้จะมานำเสนอเกี่ยวกับเรื่อง คธอ. คุมเข้มโฆษณาออนไลน์ สกัดมิจฉาชีพ ต้องยืนยันตัวตนก่อนลงโฆษณากันนะคะ คธอ. คุมเข้มโฆษณาออนไลน์ ต้องพิสูจน์ตัวตน ทุกครั้ง เริ่ม 1 พ.ย. 69 สกัดกั้นมิจฉาชีพ ลงราชกิจจานุเบกษาแล้วค่ะ พร้อมแล้วตามมาดูรายละเอียดกันเลยค่ะ
คธอ. คุมเข้มโฆษณาออนไลน์ สกัดมิจฉาชีพ ต้องยืนยันตัวตนก่อนลงโฆษณา
ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (คธอ.) ฉบับที่ 2 ยกระดับมาตรการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี บังคับผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ต้องตรวจสอบสิทธิ์ และพิสูจน์ตัวตนผู้ลงโฆษณาทุกรายก่อนเผยแพร่ เพื่อสกัดกั้นมิจฉาชีพ
ยกระดับความปลอดภัย สกัดช่องโหว่มิจฉาชีพ
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ “ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (คธอ.) เรื่อง มาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำหรับผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ (ฉบับที่ ๒)” ซึ่งเป็นการดำเนินงานภายใต้ พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (พ.ร.ก. บัญชีม้า) เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยในการใช้งานสื่อออนไลน์
ผู้ลงโฆษณาต้องยืนยันตัวตน
สาระสำคัญที่น่าสนใจของประกาศฉบับนี้ คือการกำหนดให้ “ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์” มีหน้าที่ต้องพิสูจน์ตัวตนผู้ที่ต้องการทำโฆษณาทุกครั้ง ก่อนที่จะมีการประกาศโฆษณาออกไป โดยสามารถเลือกใช้วิธีการใดวิธีการหนึ่ง ดังนี้
1. ตรวจสอบเอกสารราชการ ตรวจสอบเอกสารแสดงตัวตนที่ออกโดยหน่วยงานรัฐ (ที่สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้) พร้อมยืนยันว่าผู้ลงโฆษณาเป็นเจ้าของเอกสารจริง
2. ใช้ระบบ Digital ID ใช้ระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลที่มีมาตรฐานตามที่ คธอ. กำหนด
มาตรการจัดเก็บข้อมูลย้อนหลัง 90 วัน
นอกจากกระบวนการพิสูจน์ตัวตนแล้ว ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ยังมีหน้าที่ต้อง จัดเก็บข้อมูลของผู้ลงโฆษณา เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ โดยต้องเก็บไว้อย่างน้อย 90 วัน นับแต่วันที่สิ้นสุดการใช้บริการโฆษณา ซึ่งข้อมูลที่ต้องจัดเก็บประกอบด้วย
– ข้อมูลบุคคล/นิติบุคคล : ชื่อ-นามสกุล หรือชื่อบริษัท และชื่อผู้แทนนิติบุคคล
– เอกสารยืนยัน สำเนาบัตรประชาชน ,หนังสือเดินทาง (Passport) หรือหนังสือรับรองนิติบุคคล
– ข้อมูลติดต่อ ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้จริง
– กรณีจ่ายเงินแทน หากมีบุคคลอื่นเป็นผู้ชำระค่าโฆษณาแทน จะต้องจัดเก็บข้อมูลของผู้ชำระเงินรายนั้นด้วยเช่นกัน
ดีเดย์บังคับใช้ 1 พฤศจิกายน 2569
ประกาศฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 180 วันนับแต่วันประกาศ ซึ่งจะตรงกับ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อบีบให้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียมีระบบคัดกรองที่มีประสิทธิภาพ ลดปัญหาการใช้โฆษณาเป็นเครื่องมือในการหลอกลวง (Scam) หรือการกระทำผิดกฎหมายในรูปแบบต่างๆ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ปลอดภัยจากการถูกฉ้อโกงออนไลน์ได้ดียิ่งขึ้นนะคะ
ที่มา : ETDA THAILAND