บทความนี้จะมานำเสนอเกี่ยวกับเรื่อง ทำความรู้จัก “อาการซึมเศร้าแต่ไม่แสดงออก” ( Smiling Depression ) กันนะคะ สำหรับ “อาการซึมเศร้าแต่ไม่แสดงออก” ถือเป็นภัยเงียบทางจิตใจที่ภายนอกดูร่าเริง แต่ภายในซ่อนความเจ็บปวด เช็กพฤติกรรมเสี่ยงเพื่อรับมือ และรักษาอย่างถูกวิธีก่อนสายเกินไปกันดีกว่านะคะ พร้อมแล้วตามมาดูรายละเอียดกันเลยค่ะ
ทำความรู้จัก “อาการซึมเศร้าแต่ไม่แสดงออก” ( Smiling Depression )
ในยุคที่ผู้คนต้องเผชิญกับความเครียดจากการใช้ชีวิต และการทำงาน ส่งผลให้ปัญหาสุขภาพจิตกลายมาเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสำคัญอีกเรื่องหนึ่งเลยนะคะ หนึ่งในภาวะที่น่ากังวลคือ อาการซึมเศร้าแต่ไม่แสดงออก หรือที่ในทางจิตวิทยาเรียกว่า Smiling Depression นั่นเองค่ะ ซึ่งผู้ที่อยู่ในภาวะนี้มักจะดูเหมือนคนปกติทั่วไป สามารถใช้ชีวิต ทำงาน และเข้าสังคมได้ด้วยรอยยิ้ม แต่เมื่อต้องอยู่ตามลำพัง กลับรู้สึกเศร้า ว่างเปล่า และไร้ค่าค่ะ
ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิตระบุว่า โรคซึมเศร้าไม่ได้มีเพียงรูปแบบของการร้องไห้หรือแยกตัวออกจากสังคมเท่านั้น แต่ยังมีกลุ่มผู้ป่วยที่สามารถซ่อนความรู้สึกไว้ได้อย่างแนบเนียน ซึ่งมักเกิดจากความกลัวที่จะถูกตัดสิน กลัวการเป็นภาระ หรือไม่อยากให้คนรอบข้างเป็นห่วง ส่งผลให้ภาวะนี้อันตรายกว่าปกติ เพราะคนใกล้ชิดมักไม่สังเกตเห็นสัญญาณเตือนนั่นเองค่ะ
เช็ก 5 พฤติกรรมเสี่ยง “อาการซึมเศร้าแต่ไม่แสดงออก”
เพื่อเป็นการเฝ้าระวังทั้งต่อตนเองและคนรอบข้าง นี่คือพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายเสี่ยงต่อภาวะดังกล่าว
1. ภายนอกดูสดใสร่าเริง แต่รู้สึกว่างเปล่าเมื่ออยู่คนเดียว
เป็นบุคคลที่สามารถหัวเราะ และยิ้มแย้มเวลาอยู่ท่ามกลางผู้คน แต่ทันทีที่กลับถึงบ้านหรืออยู่คนเดียว อารมณ์จะดิ่งลงอย่างรวดเร็ว รู้สึกหมดหวัง และไม่สามารถหาความสุขจากสิ่งที่เคยชอบทำได้ตามปกติ
2. ทำงานได้ดี แต่ภายในหมดพลังงาน (Burnout)
ผู้ที่มีอาการซึมเศร้าแต่ไม่แสดงออก มักมีความรับผิดชอบสูง สามารถจัดการหน้าที่การงานได้ดีเยี่ยม แต่ต้องใช้ความพยายาม และพลังงานอย่างมากในการฝืนทำสิ่งต่างๆ จนรู้สึกเหนื่อยล้าทางจิตใจตลอดเวลา
3. มีความเปลี่ยนแปลงเรื่องการกินและการนอน
แม้จะใช้ชีวิตปกติ แต่ร่างกายมักแสดงออกผ่านพฤติกรรมพื้นฐาน เช่น นอนไม่หลับ ตื่นกลางดึก หรือนอนมากเกินไป รวมถึงความอยากอาหารที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด น้ำหนักอาจลดหรือเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
4. รู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระ และหลีกเลี่ยงการขอความช่วยเหลือ
มักมีความคิดเชิงลบต่อตนเอง รู้สึกว่าตนเองไม่มีค่า และเลือกที่จะเก็บปัญหาไว้คนเดียวเพราะเชื่อว่าหากพูดออกไปจะกลายเป็นภาระของคนอื่น หรือคิดว่าไม่มีใครสามารถเข้าใจปัญหาของตนได้
5. อ่อนไหวต่อคำวิจารณ์ และการถูกปฏิเสธ
แม้ภายนอกจะดูเข้มแข็ง แต่สภาพจิตใจที่เปราะบางทำให้มักตอบสนองต่อคำวิจารณ์เชิงลบ หรือความผิดหวังเพียงเล็กน้อยรุนแรงกว่าปกติ อาจรู้สึกแตกสลายหรือเก็บมาโทษตัวเองซ้ำๆ
องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคซึมเศร้าทั่วโลกหลายร้อยล้านคน ขณะที่ในประเทศไทย สถิติผู้เข้ารับการปรึกษาด้านสุขภาพจิตมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากความกดดันทางเศรษฐกิจ สังคม และโซเชียลมีเดีย ที่กระตุ้นให้ผู้คนต้องสร้างภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบ จนละเลยการดูแลความรู้สึกที่แท้จริงของตนเองนะคะ
วิธีรับมือเมื่อพบว่าตนเองหรือคนใกล้ชิดเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้า
หากพบว่าตนเองหรือคนรอบข้างมีอาการซึมเศร้าแต่ไม่แสดงออก สิ่งสำคัญที่สุดคือ
– การยอมรับว่าความอ่อนแอเป็นเรื่องปกติของมนุษย์
– การเปิดใจพูดคุยกับคนที่ไว้ใจ หรือก้าวเข้าไปรับคำปรึกษาจากจิตแพทย์และนักจิตวิทยาไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นการรักษาทางการแพทย์ที่ช่วยให้กลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้อีกครั้ง
สำหรับผู้ที่ต้องการคำปรึกษาเบื้องต้น สามารถติดต่อสายด่วนสุขภาพจิต 1323 โดยกรมสุขภาพจิต ได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลยนะคะ