บทความนี้จะมานำเสนอเกี่ยวกับเรื่อง ขับรถความเร็วเท่าไหร่ ประหยัดน้ำมันที่สุด ? กันนะคะ ยุคน้ำมันแพงแบบนี้ ใครๆ ก็อยากเซฟค่าใช้จ่ายกันทั้งนั้นนะคะ หลายคนเข้าใจว่ายิ่งขับช้ายิ่งประหยัด หรือบางคนคิดว่ารีบขับให้ถึงเร็วๆ จะได้ดับเครื่องไวๆ แต่ความจริงแล้ว เครื่องยนต์มีช่วงการทำงานที่คุ้มค่าที่สุด และการใช้ความเร็วให้เหมาะสมนะคะ พร้อมแล้วตามมาดูรายละเอียดกันเลยค่ะ
ขับรถความเร็วเท่าไหร่ ประหยัดน้ำมันที่สุด ?
จากการทดสอบของหลายหน่วยงานด้านยานยนต์ พบว่า รถยนต์ทั่วไปจะประหยัดน้ำมันดีที่สุดที่ความเร็วประมาณ 70–90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่นรถ ระบบเกียร์ และอัตราทดเฟืองท้ายของแต่ละคันนะคะ
เหตุผลคือ ช่วงความเร็วนี้มักเป็นจังหวะที่
– รถเข้าเกียร์สูงสุดแล้ว
– รอบเครื่องยนต์อยู่ในระดับต่ำ
– เครื่องยนต์ทำงานสม่ำเสมอ ไม่ต้องเร่งหรือถอนบ่อย
เมื่อความเร็วเกิน 100 กม./ชม. แรงต้านอากาศจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว (เพิ่มตามกำลังสองของความเร็ว) ทำให้เครื่องยนต์ต้องใช้พลังงานมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากกว่าช่วง 80–90 กม./ชม. นั่นเองค่ะ
สรุปให้เข้าใจง่ายๆ คือ ไม่ต้องช้าที่สุด แต่ต้องนิ่งที่สุดค่ะ
เทคนิค “เท้าเบา” เคล็ดลับขับยังไงให้เงินเหลือ
– เลี้ยงคันเร่งให้คงที่ (Steady Speed)
การรักษาความเร็วให้ “นิ่งที่สุด” คือหัวใจสำคัญ การเหยียบๆ ปล่อยๆ ทำให้ระบบหัวฉีดต้องปรับการจ่ายน้ำมันตลอดเวลา ซึ่งสิ้นเปลืองมากกว่าการคงความเร็วสม่ำเสมอ
– หากรถมีระบบ Cruise Control การใช้งานบนทางไกลจะช่วยประหยัดขึ้นได้อีก
– มองไกลล่วงหน้า ใช้ Engine Brake ให้เป็น
– หากเห็นไฟแดงหรือรถติดข้างหน้า ให้ถอนคันเร่งปล่อยรถไหลแทนการเร่งแล้วเบรกแรงๆ
– ในรถหัวฉีดสมัยใหม่ เมื่อถอนคันเร่งขณะยังเข้าเกียร์ ระบบจะเข้าสู่โหมด Fuel Cut ซึ่งตัดการจ่ายน้ำมันชั่วคราว ช่วยลดการสิ้นเปลืองได้จริง
– เว้นระยะห่างให้เหมาะสม
การเว้นระยะห่างที่ดี ทำให้เราไม่ต้องแตะเบรกบ่อยๆ เมื่อรถคันหน้าชะลอ ความนิ่งของความเร็วคือกุญแจของความประหยัด
เช็กลมยาง เรื่องเล็กที่กระทบเงินในกระเป๋า
ลมยางอ่อนเพียงเล็กน้อยก็ทำให้รถกินน้ำมันมากขึ้น เพราะหน้ายางสัมผัสพื้นถนนมากเกินไป เกิดแรงต้านการหมุนสูง เพราะฉะนั้นควรตรวจเช็กลมยางให้ตรงตามสเปกที่ระบุไว้บริเวณเสาประตูหรือคู่มือรถ และเช็กอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะก่อนเดินทางไกล
ปัจจัยอื่นที่หลายคนมองข้าม
– ไม่บรรทุกของหนักเกินจำเป็น
– ไม่ติดแร็คหลังคาหากไม่ได้ใช้งาน
– หลีกเลี่ยงการเร่งแซงรุนแรงบ่อยครั้ง
– บำรุงรักษาเครื่องยนต์ตามระยะ
ทั้งหมดนี้ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและลดการสูญเสียพลังงานอีกด้วยนะคะ
จะเห็นได้ว่า การประหยัดน้ำมันไม่ใช่ขับช้า แต่ต้อง “ขับนิ่ง” นั่นเองค่ะ โดยความเร็วประมาณ 70–90 กม./ชม. คือช่วงที่รถยนต์ส่วนใหญ่ประหยัดน้ำมันที่สุด แต่สิ่งสำคัญกว่าตัวเลขคือ การรักษาความเร็วให้คงที่ ขับแบบเท้าเบา และดูแลสภาพรถให้พร้อมเสมอนะคะ