บทความนี้จะมานำเสนอเกี่ยวกับเรื่อง รู้หรือยัง ? 5 สิทธิที่คนไทยมีโดยไม่รู้ตัว ใช้ให้เป็น ช่วยเซฟเงินในกระเป๋าได้มากกว่าที่คิดกันนะคะ หลายคนอาจคิดว่า “สิทธิจากภาครัฐ” เป็นเรื่องไกลตัว หรือมีเฉพาะคนที่มีรายได้น้อยเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว คนไทยจำนวนไม่น้อยมีสิทธิหรือสวัสดิการที่สามารถใช้ได้ตามเงื่อนไข เพียงแต่ไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิอะไร หรือไม่รู้ว่าต้องใช้ผ่านช่องทางไหนนั่นเองนะคะ
บางสิทธิช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล บางสิทธิช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว ขณะที่บางสิทธิเป็นโอกาสด้านการศึกษาและการพัฒนาคุณภาพชีวิต พร้อมแล้วตามมาดูรายละเอียดกันเลยค่ะ
รู้หรือยัง ? 5 สิทธิที่คนไทยมีโดยไม่รู้ตัว ใช้ให้เป็น ช่วยเซฟเงินในกระเป๋าได้มากกว่าที่คิด
ลองเช็ก 5 สิทธิต่อไปนี้ เพราะสิ่งที่หลายคนมองข้าม อาจช่วยประหยัดเงินได้จริง
1. สิทธิบัตรทอง 30 บาท ใช้บริการสุขภาพได้มากกว่าที่คิด
สำหรับผู้ที่อยู่ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ “บัตรทอง” ไม่ได้หมายความว่าจะต้องรอไปโรงพยาบาลตามสิทธิเดิมเพียงอย่างเดียว ปัจจุบันมีการพัฒนาระบบ 30 บาทรักษาทุกที่ และขยายการให้บริการผ่านหน่วยบริการที่เข้าร่วม เช่น ร้านยาและคลินิกบางประเภทตามเงื่อนไขของระบบ
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มีข้อมูลเกี่ยวกับบริการรูปแบบใหม่และการใช้สิทธิผ่านหน่วยบริการนวัตกรรม รวมถึงการยืนยันตัวตนก่อนรับบริการในบางกรณีนะคะ
จุดที่ควรรู้: การใช้บริการแต่ละประเภทมีเงื่อนไขและขอบเขตไม่เหมือนกัน จึงควรตรวจสอบก่อนเดินทางไปใช้บริการ เพื่อไม่ให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเองโดยไม่จำเป็น
เช็กสิทธิ: ตรวจสอบข้อมูลสิทธิหลักประกันสุขภาพและหน่วยบริการที่เข้าร่วมผ่านช่องทางของสปสช. นะคะ
2. ผู้ประกันตนอย่าลืมใช้สิทธิประกันสังคม
คนที่เป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ได้มีเพียงสิทธิรักษาพยาบาลเท่านั้น แต่ยังมีสิทธิประโยชน์อีกหลายด้านตามประเภทผู้ประกันตนและเงื่อนไขที่กำหนด
ตัวอย่างเช่น สิทธิกรณีเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และว่างงาน โดยรายละเอียดและเงื่อนไขจะแตกต่างกันไปตามมาตราและสถานะของผู้ประกันตน
สิ่งสำคัญคือ การจ่ายเงินสมทบทุกเดือนควรมาพร้อมกับการรู้ว่าเรามีสิทธิอะไรบ้าง เพราะบางกรณีต้องยื่นคำขอภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือจำเป็นต้องมีเอกสารประกอบนั่นเองค่ะ
ดังนั้น หากเป็นผู้ประกันตน ควรตรวจสอบสิทธิของตัวเองเป็นระยะ โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุสำคัญ เช่น เปลี่ยนงาน ลาออก คลอดบุตร เจ็บป่วย หรือเข้าสู่วัยเกษียณ
3. ครอบครัวที่มีเด็กเล็ก อาจมีสิทธิเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด
ครอบครัวที่มีบุตรเล็กควรตรวจสอบสิทธิ เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด เพราะเป็นสวัสดิการที่รัฐจัดให้ภายใต้หลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยมีระบบข้อมูลสำหรับตรวจสอบผู้มีสิทธิและการลงทะเบียน
ข้อมูลของกรมกิจการเด็กและเยาวชนระบุว่าโครงการมีการจัดเก็บข้อมูลผู้มีสิทธิและข้อมูลการลงทะเบียนอย่างต่อเนื่อง และมีระเบียบเกี่ยวกับการจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดพ.ศ. 2565
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าเด็กทุกคนจะได้รับเงินโดยอัตโนมัติ ผู้ปกครองต้องตรวจสอบคุณสมบัติและดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด หากมีเด็กเล็กในครอบครัว จึงควรตรวจสอบสิทธิให้เรียบร้อย เพราะเงินช่วยเหลือรายเดือน แม้จำนวนไม่มาก แต่เมื่อได้รับต่อเนื่องก็สามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูได้
4. ผู้สูงอายุควรเช็กสิทธิและสวัสดิการที่เกี่ยวข้อง
เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ สิทธิที่เกี่ยวข้องไม่ได้มีเพียงเรื่องการรักษาพยาบาลเท่านั้น แต่ยังมีสวัสดิการและมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐในด้านต่าง ๆ ซึ่งรายละเอียดขึ้นอยู่กับคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในแต่ละช่วงเวลา
หนึ่งในเรื่องที่ควรตรวจสอบคือ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ รวมถึงสิทธิหรือสวัสดิการอื่นที่หน่วยงานรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการ
สำหรับครอบครัวที่มีพ่อแม่หรือญาติผู้สูงอายุ อย่ารอให้ถึงเวลาที่ต้องใช้สิทธิจึงค่อยตรวจสอบเพราะบางสวัสดิการมีขั้นตอนการลงทะเบียนหรือมีเงื่อนไขเฉพาะนะคะ
เคล็ดลับ: หากมีผู้สูงอายุอยู่ในบ้าน ควรสอบถามเทศบาล อบต. หรือหน่วยงานในพื้นที่ว่าปัจจุบันมีสวัสดิการใดที่สามารถขอรับได้บ้าง
5. สิทธิด้านการศึกษา อย่ามองข้าม “กยศ.”
สำหรับนักเรียน นักศึกษา และครอบครัวที่มีภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เป็นอีกช่องทางที่ควรทำความรู้จักนะคะ
ล่าสุด กยศ. มีการดำเนินงานสำหรับปีการศึกษา 2569 และเปิดระบบ Pre-Approve สำหรับผู้กู้ยืมรายใหม่ตามกำหนดการที่ประกาศไว้ โดยกองทุนระบุว่ากรอบวงเงินสำหรับปีการศึกษา2569 อยู่ที่กว่า 48,000 ล้านบาท รองรับนักเรียนและนักศึกษาประมาณ 780,000 ราย
สิ่งที่ต้องระวังคือ กำหนดการยื่นขอกู้และเงื่อนไขของแต่ละกลุ่มอาจแตกต่างกัน ผู้ที่สนใจจึงควรตรวจสอบประกาศของ กยศ. โดยตรงก่อนยื่นเรื่อง
นอกจากนี้ ผู้ที่เป็นผู้กู้เดิมก็ควรตรวจสอบยอดหนี้และสถานะของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ โดยกยศ. ระบุว่า ณ เดือนกรกฎาคม 2569 การคำนวณยอดหนี้ใหม่เสร็จสิ้นแล้วกว่า 4.1 ล้านบัญชีและสามารถตรวจสอบข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน กยศ. Connect ได้เลยค่ะ
ทำไม “ มีสิทธิ ” แต่หลายคนกลับไม่ได้ใช้ ?
สาเหตุสำคัญไม่ได้เกิดจากรัฐไม่มีสวัสดิการ แต่เกิดจากประชาชนจำนวนหนึ่ง ไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิอะไร และไม่รู้ว่าต้องดำเนินการอย่างไรนั่นเองค่ะ
บางสิทธิต้องลงทะเบียน บางสิทธิต้องยื่นเอกสาร บางสิทธิมีเงื่อนไขด้านรายได้ อายุ การเป็นผู้ประกันตน หรือสถานะทางครอบครัว ขณะที่บางบริการสามารถใช้ผ่านระบบออนไลน์หรือแอปพลิเคชันได้ค่ะ
ดังนั้นจะเห็นได้ว่า การรู้จักสิทธิของตัวเองจึงสำคัญไม่แพ้การรู้จักวิธีประหยัดเงิน เพราะบางครั้งเงินที่ประหยัดได้ ไม่จำเป็นต้องมาจากการหารายได้เพิ่ม แต่อาจมาจากการใช้สิทธิที่เรามีอยู่แล้วให้ถูกต้องนั่นเองค่ะ
เช็กตัวเองง่าย ๆ วันนี้
ลองถามตัวเองว่า
- เรามีสิทธิรักษาพยาบาลอะไร?
- เป็นผู้ประกันตนมาตราไหน และมีสิทธิอะไรบ้าง?
- ครอบครัวมีเด็กเล็กที่อาจเข้าเกณฑ์เงินอุดหนุนหรือไม่?
- ผู้สูงอายุในบ้านได้รับสวัสดิการครบหรือยัง?
- ตัวเองหรือลูกหลานมีสิทธิด้านการศึกษาที่สามารถขอรับการสนับสนุนหรือไม่?
หากยังตอบไม่ได้ครบทั้ง 5 ข้อ นี่อาจเป็นเวลาที่เหมาะที่สุดในการเริ่มตรวจสอบสิทธิ์ที่เราพึงได้จากรัฐแล้วนะคะ
จะเห็นได้ว่าสิทธิจากภาครัฐไม่ใช่เรื่องที่ควรปล่อยผ่าน เพราะแต่ละสิทธิสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้แตกต่างกัน ตั้งแต่ ค่ารักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูบุตร สวัสดิการผู้สูงอายุ ไปจนถึงโอกาสทางการศึกษานะคะ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าเชื่อข้อมูลจากโพสต์หรือข้อความส่งต่อเพียงอย่างเดียว เพราะหลักเกณฑ์และกำหนดการอาจเปลี่ยนแปลงได้ควรตรวจสอบกับหน่วยงานเจ้าของสิทธิโดยตรงก่อนดำเนินการทุกครั้งนะคะ