บทความนี้จะมานำเสนอเกี่ยวกับเรื่อง  เปิดลิสต์สินค้าไทยโดนภาษีสหรัฐฯ 12.5% ตามมาตรา 301 กลุ่มไหนโดน-ได้ยกเว้น อัปเดตล่าสุด  ผู้ส่งออกไทยและผู้ประกอบการที่ค้าขายกับสหรัฐฯ ต้องจับตากันอย่างใกล้ชิดนะคะ หลังรัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศใช้ มาตรการภาษีนำเข้าเพิ่มเติม 12.5% ภายใต้มาตรา 301 (Section 301) กับสินค้านำเข้าจากหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วยนะคะ โดยมาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายกดดันประเทศคู่ค้าให้ยกระดับการป้องกันการนำเข้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับแรงงานบังคับ (Forced Labor) ในห่วงโซ่อุปทาน พร้อมแล้วตามมาดูรายละเอียดกันเลยค่ะ

 

เปิดลิสต์สินค้าไทยโดนภาษีสหรัฐฯ 12.5% ตามมาตรา 301 กลุ่มไหนโดน-ได้ยกเว้น อัปเดตล่าสุด

 

 

 

อันดับแรกเรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรา 301  กันก่อนเลยนะคะ  Section 301 เป็นกฎหมายการค้าของสหรัฐฯ ที่ให้อำนาจสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ดำเนินมาตรการตอบโต้ประเทศที่ถูกมองว่ามีนโยบายหรือแนวปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม หรือสร้างภาระต่อการค้าของสหรัฐฯ โดยสามารถกำหนดภาษีนำเข้าเพิ่มเติมกับสินค้าจากประเทศที่อยู่ในขอบเขตการสอบสวนได้

 

สินค้าไทยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ

โดยหลักแล้ว อัตราภาษี 12.5% จะครอบคลุมสินค้านำเข้าส่วนใหญ่จากประเทศที่อยู่ในมาตรการ รวมถึงไทย อย่างไรก็ตาม การจัดเก็บจริงขึ้นอยู่กับรหัสสินค้า (HS Code) และข้อยกเว้นที่ USTR กำหนดในแต่ละประเภทสินค้า

กลุ่มสินค้าที่มีแนวโน้มได้รับผลกระทบ ได้แก่

  • เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
  • ชิ้นส่วนอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
  • ผลิตภัณฑ์พลาสติก
  • ผลิตภัณฑ์ยาง
  • เฟอร์นิเจอร์และของใช้ในบ้าน
  • สินค้าอุปโภคบริโภคบางประเภท
  • สินค้าแปรรูปที่ไม่มีข้อยกเว้นเฉพาะ

 

ทั้งนี้ ผู้ส่งออกควรตรวจสอบรหัสสินค้า (HS Code) ของตนกับประกาศล่าสุดของ USTR เพื่อยืนยันว่าอยู่ในบัญชีสินค้าที่ต้องเสียภาษีเพิ่มเติมหรือไม่

 

กลุ่มสินค้าที่ได้รับการยกเว้น

แม้มาตรการจะครอบคลุมสินค้าส่วนใหญ่ แต่สหรัฐฯ ได้กำหนดข้อยกเว้นสำหรับสินค้าบางประเภท เช่น

  • วัตถุดิบบางชนิดที่สหรัฐฯ ยังขาดแคลน
  • สินค้าที่หากเก็บภาษีจะกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ
  • สินค้าที่ไม่สามารถผลิตได้เพียงพอภายในประเทศหรือหาแหล่งนำเข้าอื่นได้ยาก
  • สินค้าที่อยู่ภายใต้มาตรการภาษีตามกฎหมาย Section 232 อยู่แล้ว (เช่น สินค้าบางประเภทด้านความมั่นคง)
  • สื่อสิ่งพิมพ์ ข้อมูลข่าวสาร สิ่งของบริจาค และสัมภาระติดตัวผู้เดินทางบางประเภท

 

ผลกระทบต่อผู้ส่งออกไทย

มาตรการใหม่นี้อาจส่งผลให้

  • ต้นทุนการส่งออกไปสหรัฐฯ สูงขึ้น
  • ผู้ซื้อในสหรัฐฯ หันไปเปรียบเทียบราคากับประเทศคู่แข่ง
  • ผู้ประกอบการไทยต้องบริหารต้นทุนและหาตลาดใหม่มากขึ้น
  • สินค้าบางประเภทอาจสูญเสียความสามารถในการแข่งขันด้านราคา

อย่างไรก็ตาม หากสินค้าอยู่ในบัญชีได้รับการยกเว้น หรือได้รับการยกเว้นในอนาคต ก็อาจไม่ได้รับผลกระทบจากภาษีเพิ่มเติมดังกล่าว

 

ผู้ประกอบการควรทำอย่างไร ?

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ผู้ส่งออก

  • ตรวจสอบรหัส HS Code ของสินค้าอย่างละเอียด
  • ติดตามประกาศและบัญชีข้อยกเว้นจาก USTR อย่างต่อเนื่อง
  • ประเมินต้นทุนและเจรจากับคู่ค้าในสหรัฐฯ
  • กระจายตลาดส่งออกเพื่อลดความเสี่ยง
  • ตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านแรงงานของประเทศคู่ค้า

 

จะเห็นได้ว่า มาตรการ ภาษีสหรัฐฯ 12.5% ภายใต้มาตรา 301 นี้ ถือเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญที่ผู้ส่งออกไทยไม่ควรมองข้ามนะคะ แม้ว่าสินค้านำเข้าส่วนใหญ่จากไทยจะอยู่ในขอบเขตของมาตรการ แต่ยังมีข้อยกเว้นสำหรับสินค้าบางประเภทที่สหรัฐฯ เห็นว่าไม่ควรจัดเก็บภาษีเพิ่มเติม  เพราะฉะนั้นผู้ประกอบการจึงควรติดตามประกาศล่าสุดของ USTR อย่างใกล้ชิด พร้อมตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ของตนเข้าข่ายเสียภาษีหรือได้รับการยกเว้น เพื่อวางแผนธุรกิจและการส่งออกได้อย่างเหมาะสมในช่วงที่กฎระเบียบด้านการค้าระหว่างประเทศมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องนี้ค่ะ